บันทึกเรื่องชื่อ “ป๋วย”

 

วิทยาสาร

๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๒

 

เรียน อาจารย์ที่นับถือ

ด้วยมีนักเรียนถามความหมายชื่ออาจารย์“ป๋วย” แปลว่ากระไร เด็กเดี๋ยวนี้มีความสนใจซอกแซก ผมก็ใคร่จะสนองความสนใจของเขา เป็นการชักนำให้เขาหันมาทางด้านค้นคว้าหาความรู้ ผมเองไม่ทราบความหมายคำนี้ จึงเรียนถามมา หากจะกรุณาจะอธิบายคำในนามสกุลด้วย ก็จะเป็นพระคุณ

ผมได้สอดจดหมายของเด็กมาด้วยแล้ว หากจะกรุณาตอบ โปรดส่งจดหมายเด็กคืนมาด้วย

 

โดยความเคารพ

(นายเปลื้อง ณ นคร)

 

๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๒

เรียน อาจารย์ที่เคารพ

ผมขอประทานอภัยที่ตอบจดหมายของอาจารย์ช้าไป เพราะมัวไต่ถามผู้รู้เสียหลายวัน พอจะได้ความดังนี้

ชื่อของผมป๋วยนั้น เตี่ยผมตั้งคำจีนให้เป็นชื่อตัว(ซึ่งต่างจากชื่อสกุลและชื่อรุ่น คือGeneration ตามธรรมเนียมจีน ชื่อสกุลของผมคือ อึ๊ง ชื่อรุ่นคือ เคียม อ่านทั้ง ๓ ตัวตามลำดับประเพณีจีน สำเนียงแต้จิ๋ว จะเป็น“อึ้ง ป้วย เคียม” แต่ถ้าอ่านโดด ๆ วรรณยุกต์จะเปลี่ยนไป ชื่อสกุลเป็น อึ๊ง และชื่อตัวเป็น ป๋วย)

คำว่า“ป๋วย” ตามที่เตี่ยเขียนให้นั้น แปลตรงตัวได้ว่า“พูนดินที่โคนต้นไม้” เพราะตัวประกอบในอักษรระบุไว้เช่นนั้น แต่มีความหมายกว้างออกไปอีก คือ“บำรุง” “หล่อเลี้ยง” “เพาะเลี้ยง” และ“เสริมกำลัง” ปทานุกรมจีน–อังกฤษที่พิมพ์จำหน่ายที่ฮ่องกง แปลว่า“to bank up with earth; to cultivate; to nourish; to nurse; to add energy; to strengthen”

ถ้ากล่าวถึงเจตนาของผู้ให้กำเนิดผมในการตั้งชื่อ ก็คงจะเป็นไปตามที่ได้เรียนไว้ข้างต้น แต่ผมได้เคยเตรียมไว้ต่อสู้กับนักชาตินิยมที่เคยนิยมว่า ชื่อเป็นเจ๊ก ใจคงจะเป็นเจ๊กไปด้วย ซ้ำยังกล่าวหาว่าดื้อรั้นไม่ยอมเปลี่ยนชื่อ จึงได้ถามเพื่อน ๆ ชาวเหนือของไทยเราว่า“ป๋วย” ในภาษาไทยเหนือนั้น หมายความว่ากระไร เพราะเห็นว่ามีตำบลปางป๋วย อยู่แถวลำปาง ได้ความดังนี้

คำไทยเหนือ“ป๋วย” นั้นแปลว่าไม้ตะแบก ดอกป๋วยคือดอกตะแบก ปางป๋วยคือที่พักในป่าตะแบก แต่นอกจากนั้นยังมีป๋วยอีกคำหนึ่งซึ่งอาจจะอ่านว่า โป๋ย ก็ได้ แปลว่าเปลือย“ป๋วยตั๋ว” แปลว่าเปลือยกาย“ผีป๋วย” แปลว่าชีเปลือย

ชื่อสกุล“อึ๊งภากรณ์”ลุงผมเป็นต้นสกุล ลุงผมมาจากเมืองจีน แล้วมาก่อร่างสร้างตัวได้ เขาเรียกท่านว่า“นายอากรปอ”และได้รับพระราชทานยศบรรดาศักดิ์เป็น ขุนรักษาอากรกิจ แต่ผมจำไม่ได้แน่ว่า นามสกุลนั้น ท่านได้รับพระราชทานหรือได้รับประทานจากพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใด[1]แต่ประกอบด้วยชื่อสกุลจีน คือ อึ๊ง แปลว่าเหลือง และมีสร้อยไทยว่า ภากรณ์ ในปทานุกรมไม่มีคำว่า“ภากรณ์” มีแต่“ภา” ซึ่งแปลว่าแสงสว่างหรือรัศมี และ“ภากร” แปลว่าพระอาทิตย์ ผมไม่ทราบเจตนาอันแท้จริงของท่านที่บัญญัติชื่อสกุล ถ้าจะให้เดาก็เห็นว่า ท่านอาจจะหมายให้ได้ความว่า“เหลืองเหมือนแสงอาทิตย์”

ผมเขียนเรียนมาเสียยืดยาว เพราะเมื่อได้สอบถามแล้ว ก็อยากเก็บสำเนาคำอธิบายไว้ให้ลูกหลานทราบต่อไป ส่วนที่อาจารย์จะตอบเด็กนั้น ก็แล้วแต่อาจารย์จะย่อ หรือคัดเอาสาระสำคัญตอบไป ตามแต่จะเห็นสมควร

ผมได้คืนจดหมายนักเรียนมาด้วยแล้ว

 

ด้วยความเคารพ

(ป๋วย อึ๊งภากรณ์)

 

[1]  ขุนรักษาอากรกิจ(เท่งปอ) ได้รับพระราชทานนามสกุล“อึ๊งภากรณ์” จากพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมขุนมรุพงษ์สิริพัฒน์ในปีพ.ศ. ๒๔๕๖