บทสัมภาษณ์ ดร.ป๋วย:ชีวิตและงาน

 

โดย ศิริวัฒน์ โอสถานุเคราะห์

ณ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๑๖

ตีพิมพ์เป็นที่ระลึกในวันคล้ายวันเกิด ๗๗ ปี 

ศิริวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ๒ กันยายน ๒๕๔๒

 

ผู้สัมภาษณ์        สวัสดีครับ ท่านอาจารย์

ดร.ป๋วย            สวัสดีครับ

ผู้สัมภาษณ์        ขอทราบวันที่และสถานที่เกิดของท่านอาจารย์ครับ

ดร.ป๋วย            ผมเกิดเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๑๙๑๖ หรือ ๒๔๕๙ เกิดที่ตำบลตลาดน้อย อำเภอสัมพันธวงศ์

ผู้สัมภาษณ์        ขอทราบนามคุณพ่อคุณแม่ของท่านอาจารย์ครับ

ดร.ป๋วย            พ่อผมชื่อนายซา ที่เรียกเช่นนี้เพราะเป็นลูกชายคนที่ ๓ ของปู่ แม่ผมชื่อเซาะเช็ง

ผู้สัมภาษณ์        ท่านอาจารย์มีพี่น้องทั้งหมดกี่คนครับ

ดร.ป๋วย            รวมทั้งหมด ๗ คน คือผมเป็นคนที่ ๔

ผู้สัมภาษณ์        นามสกุลของท่านมีความหมายว่าอะไรครับ

ดร.ป๋วย            นามสกุล แซ่เดิมคือแซ่อึ๊ง แปลว่าเหลือง ต่อมาเปลี่ยนเป็น อึ๊งภากรณ์ แปลว่า สีเหลืองเหมือนพระอาทิตย์

ผู้สัมภาษณ์        คุณพ่อของท่านอาจารย์มีอาชีพอะไรครับ

ดร.ป๋วย            พ่อผมทำแพปลา คือซื้อขายปลา คือซื้อขายปลาและก็เป็นธนาคารให้ชาวประมง คือออกเงินให้ชาวประมงไปตั้งโป๊ะ ชาวประมงจับปลาแล้วก็มาขายให้แพปลา

ผู้สัมภาษณ์        ขอทราบการศึกษาในวัยเด็กของท่านอาจารย์ครับ

ดร.ป๋วย            เมื่อเล็ก ๆ ก็เรียนอยู่แถวโรงเรียนตลาดน้อย เรียกกันว่าโรงเรียนสะพานเตี้ย ต่อมาแม่ให้เข้าโรงเรียนอัสสัมชัญ ตั้งแต่ ม.๑ ถึง ม.๘

ผู้สัมภาษณ์        เพื่อนร่วมรุ่นสมัยโรงเรียนอัสสัมชัญ มีใครบ้างครับ

ดร.ป๋วย            ก็มีคุณถนัด คอมันตร์ คุณกนต์ธีร์ ศุภมงคล คุณบุณย์ เจริญไชย เป็นต้น

ผู้สัมภาษณ์        สมัยเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ มีเหตุการณ์อะไรที่ตื่นเต้นบ้างไหมครับ

ดร.ป๋วย            เมื่อครั้งที่เรียนมัธยม ๘ ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ผมจะเรียนสำเร็จ ก็มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่นาน นักเรียนอัสสัมชัญก็สไตรค์หยุดเรียนเพื่อคัดค้านให้โรงเรียนหยุดในวันสำคัญทางศาสนา โรงเรียนก็ปิดราว ๒–๓ เดือน

ผู้สัมภาษณ์        สมัยนั้นมีใครเป็นอธิการบ้างครับ

ดร.ป๋วย            เดิมทีเดียว มีบราเดอร์ไมเกิลเป็นอธิการ แล้วก็บราเดอร์มาติน ต่อมาบราเดอร์เฟดเดอริก กลับมาเป็นบราเดอร์ไมเกิล

ผู้สัมภาษณ์        ชีวิตการเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญเป็นอย่างไรบ้าง

ดร.ป๋วย            ตอนเล็กแม่ฝากผมกับท่านมหาสุข เป็นครูอัสสัมชัญ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ บ้าน ท่านมหาสุขก็นำผมไปฝากกับอาจารย์ฮีแลร์ อาจารย์ฮีแลร์บอกเด็กปัญญาดี ก็ต้องเรียนภาษาฝรั่งเศส

                                    สมัยก่อนสอบได้ที่ ๑ บ้าง ไม่ได้บ้าง ผลัดกันกับคุณกนต์ธีร์ ศุภมงคล ครูไทยก็มีท่านมหาสุข ศุภศิริ มีครูเจริญ บุญมโหตม์ ยังมีชีวิตอยู่ เวลานี้ไปบวชพระ อายุใกล้ ๘๗ ปีแล้ว ครูเจือ ฉั่วประยูร สอนภาษาไทย ครูฝรั่งก็เช่นครูเอเม่ ครูโอเซ่ ครูฮิวเบิร์ต ครูกาเบรียล ครูหลุยส์ ครูอามาโด เป็นต้น

ผู้สัมภาษณ์        ท่านอาจารย์มีโอกาสใกล้ชิดกับคุณพ่อมากไหมครับ

ดร.ป๋วย            พ่อผมตายเมื่ออายุ ๙ ขวบ ตอนนั้นแม่ผมอายุ ๔๐ เศษ เตี่ยอายุ ๔๗ จึงตายเพราะเป็นฝี ลุงก็อุปการะเรื่อยมา ลุงผมใคร ๆ เรียกว่านายอากรปอ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนรักษาอากรกิจ ซึ่งเป็นพ่อของคุณเยี่ยมศรี ภรรยาคุณทรง บุลสุข ลูกคนโตของลุงผมก็เป็นแม่ของคุณบัญชา ล่ำซำ

ผู้สัมภาษณ์        ผลการเรียน ม.๘ เป็นอย่างไรบ้างครับ

ดร.ป๋วย            ผมสอบได้ที่ ๑ ของโรงเรียน ชั้น ม.๘ ตอนนั้นอายุ ๑๗ ปี เพื่อนนักเรียนฝรั่งเศส ๒๐ คน เพื่อนนักเรียนอังกฤษมีประมาณ ๓๐ คน

ผู้สัมภาษณ์        ท่านอาจารย์ได้ตั้งใจเรียนอะไรหลังเรียนสำเร็จ ม.๘ ครับ

ดร.ป๋วย            เมื่อผมเรียนจบ ม.๘ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเรียนอะไร เพราะทุนทรัพย์ไม่เพียงพอ เลยมาเป็นครูที่โรงเรียนอัสสัมชัญ สอนอยู่ ๔ ปีครึ่ง

ผู้สัมภาษณ์        ท่านอาจารย์สอนวิชาอะไร และเงินเดือนเท่าไรครับ

ดร.ป๋วย            ปีแรกเป็นครูชั้น ม.๒ ปีที่ ๒ มาเป็นครูชั้น ม.๕ ตอนนั้นแข่งกันสอน ผมสอนทางวิทยาศาสตร์ คำนวณกับภาษาไทย อยู่มาอีกปีหนึ่งผมก็เป็นครูพิเศษสอนภาษาแปลจากฝรั่งเศสมาเป็นไทย และแปลจากไทยเป็นฝรั่งเศส ชั้น ม.๕ ม.๖ ต่อมาเป็นครูพิเศษสอนภาษาไทยด้วย แปลด้วย จนถึง ม.๘ สมัยนั้นได้รับเงินเดือน เดือนละ ๔๐ บาท

                                    ขณะที่เป็นครูผมได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เปิดปี ๒๔๗๗ ปี ๒๔๗๙ ผมก็สำเร็จ เรียน ๓ ปี มี ๖ ภาค ส่วนมากเป็นวิชากฎหมาย ๔ ภาค เป็นวิชาเศรษฐศาสตร์และวิชากฎหมายระหว่างประเทศ ๒ ภาค จบออกมาก็ได้ปริญญาตรี

ผู้สัมภาษณ์        ผลการเรียนของอาจารย์เป็นอย่างไรครับ

ดร.ป๋วย            คนสอบรุ่นเดียวกันเกือบ ๖๐ คน ผมได้ที่ใกล้ ๆ สุดท้าย เพราะผมไม่มีเวลาดูหนังสือ มัวแต่ทำงานสอนหนังสือ

ผู้สัมภาษณ์        คุณพ่อท่านอาจารย์ได้เคยอบรมสั่งสอนว่าอย่างไรบ้าง

ดร.ป๋วย            คุณพ่อไม่ค่อยมีเวลาสั่งสอน เพราะตื่นเช้าไปทำงานกว่าจะกลับก็ค่ำ คุณพ่อเป็นคนซื่อ ไม่เที่ยวเตร่ ไม่กินเหล้าเมายา ตอนผมเป็นเด็กอายุ ๒ ขวบ คุณพ่อเขียนภาษาจีนใส่กระดาษให้ผมหัดเขียนภาษาจีน ผมสนิทกับคุณแม่มากกว่า

ผู้สัมภาษณ์        อาจารย์ของท่านอาจารย์สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีใครบ้างครับ

ดร.ป๋วย            ก็ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ในปัจจุบันนี้ เช่น ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พระมนูเวทย์วิมลนาท พระมนูภาณวิมล-ศาสตร์ อาจารย์วิจิตร ลุลิตานนท์ อาจารย์ ดร.เสริม วินิจฉัยกุล

ผู้สัมภาษณ์        หลังจากได้ธรรมศาสตร์บัณฑิต(ธ.บ.) แล้วท่านอาจารย์ได้ทำงานที่ไหนครับ

ดร.ป๋วย            พอได้ ธ.บ. ในไม่ช้าตำแหน่งล่ามภาษาฝรั่งเศสเกิดว่าง ผมก็สอบเข้าทำงานได้เป็นล่ามของศาสตรา-จารย์เอกู้ ท่านสอนปริญญาโท ผมก็แปลเลคเชอร์เป็นภาษาไทย ผมได้เงินเดือน ๗๐ บาท อยู่ไม่นานทางรัฐบาลก็ประกาศสอบชิงทุนมาเมืองนอก ผมก็ได้รับทุนของกระทรวงการคลังเลือกมาเรียนที่ประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัยลอนดอน

ผู้สัมภาษณ์        การเดินทางมาเมืองนอกสมัยนั้นนานไหมครับ

ดร.ป๋วย            ผมได้เดินทางมาทางเรือ โดยนั่งรถไฟจากหัวลำโพงไปปีนัง ขึ้นเรือญี่ปุ่นที่ปีนัง แวะที่โคลัมโบ สุเอซ ข้ามมามาร์กเซย ขึ้นรถไฟจากมาร์กเซยไปปารีส จากปารีสก็นั่งรถไฟต่อไปอีก

ผู้สัมภาษณ์        เพื่อนนักเรียนไทยของท่านอาจารย์ในอังกฤษมีใครบ้างครับ

ดร.ป๋วย            เพื่อนที่เข้ามาก่อนก็มี มาทีหลังก็มี เช่น คุณหญิงสุภาพ ยศสุนทร มาทีหลังผม คุณหญิงจินตนา ก็มาที่นี่ รุ่นที่มาพร้อมกันมีอาจารย์พิเศษ ปัตตะพงศ์ อาวุโสกว่าเพื่อน มีคุณบุญยง นิโครธานนท์ เป็นต้น

ผู้สัมภาษณ์        เวลามาถึงประเทศอังกฤษมีปัญหาด้านการฟังภาษาไหมครับ

ดร.ป๋วย            เมื่อมาถึงก็รายงานตัว ผู้ดูแลนักเรียนไทยก็ให้พักในลอนดอน ซื้อข้าวของเตรียมตัว สมัยนั้นคนมาจากเมืองไทยใหม่ ๆ ต้องมาเรียนภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น ผมได้ไปอยู่กับครอบครัว เผอิญพ่อของครอบครัวนั้นเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ออกซ์ฟอร์ด ผมจึงไปที่ออกซ์ฟอร์ด แล้วสมัครเข้าชั้นปริญญาตรี ซึ่งเขามีเงื่อนไขให้สอบผ่านภาษาอังกฤษก่อน ผมสอบภาษาอังกฤษได้ก็เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยลอนดอน

ผู้สัมภาษณ์        ขอทราบคุณวุฒิการศึกษาที่มหาวิทยาลัยของท่านอาจารย์ครับ

ดร.ป๋วย            ผมได้ปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี ๑๙๓๗ ได้Bachelor of Economics Science (London School of Economics) ปี ๑๙๔๑ และได้Ph.D. (London School of Economics) ปี ๑๙๔๙

ผู้สัมภาษณ์        ขอทราบชีวิตการทำงานของท่านอาจารย์โดยสังเขปครับ

ดร.ป๋วย            การทำงานพอสรุปได้ดังนี้คือ

ปี ๑๙๓๓–๓๗ เป็นครูที่โรงเรียนอัสสัมชัญ

ปี ๑๙๔๕–๕๖ เป็นผู้ชำนาญเอกการคลังและผู้เชี่ยวชาญพิเศษการคลัง

ปี ๑๙๕๓ เป็นรองผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติ

ปี ๑๙๕๙–๖๑ เป็นผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

ปี ๑๙๖๒–๖๗ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง

ปี ๑๙๖๔–๗๒ เป็นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ตั้งแต่ปี ๑๙๗๑ ได้เป็นอาจารย์รับเชิญที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

ผู้สัมภาษณ์        ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ

ดร.ป๋วย            สวัสดีครับ

ผู้สัมภาษณ์        สวัสดีครับ